Scarlet Alliance

  You are not logged in Log in
Welcome 中文 ไทย 한걸

ทำอย่างไรเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือเจ้าหน้าที่สรรพากรมาตรวจ YOUR RIGHTS & RESPONSIBILITIES WHEN DEALING WITH POLICE, IMMIGRATION & TAXATION IN AUSTRALIA

สารบัญ

ทำอย่างไรเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือเจ้าหน้าที่สรรพากรมาตรวจ

  • [1] บทนำ
  • [2] การติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • [3] ตารางแสดงอำนาจการกำกับดูแลคนทำงานบริการทั่วทั้งออสเตรเลีย
  • [4] รัฐนิวเซาท์เวลส์
  • [5] รัฐควีนสแลนด์
  • [6] รัฐเซาท์ออสเตรเลีย
  • [7] รัฐแทสเมเนีย
  • [8] รัฐวิกตอเรีย
  • [9] รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย
  • [10] เขตการปกครองตนเองนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี
  • [11] เขตการปกครองตนเองออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี
  • [12] ตำรวจแห่งสหพันธรัฐ
  • [13] การติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง
  • [14] การติดต่อกับเจ้าหน้าที่สรรพากร

[1] ทำอย่างไรเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง หรือเจ้าหน้าที่สรรพากรมาตรวจ

เอกสารนี้ทำขึ้นเพื่อช่วยพวกเราเมื่อต้องติดต่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง(อิมฯ) ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลออสเตรเลีย ดังนั้นคุณจะรู้ถึงสิทธิและหน้าที่ของคุณมากยิ่งขึ้น

พวกเราเป็นคนทำงานบริการต่างชาติ

พวกเราเข้าใจภาษาอังกฤษเพียงพอที่จะใช้ชีวิตในออสเตรเลีย

คำที่พวกเราใช้ในแต่ละวันต่างไปจากคำที่เจ้าหน้าที่อิมฯ ตารวจ หรือ เจ้าหน้าที่อื่นๆที่มาตรวจใช้

ใครก็ตามที่ทำงานบริการในออสเตรเลีย อาจเจอเจ้าหน้าที่ของรัฐมาตรวจที่ทำงาน หรือผ่านทางการลงโฆษณาของคุณ หากเจ้าหน้าที่อิมฯหรือตำรวจมาตรวจ คุณมีสิทธิที่จะไม่ตอบคำถาม และบอกว่าต้องการล่ามและทนาย {คุณติดต่อเอเย่นต์ที่คุณปรึกษาเรื่องวีซ่า หรือจะติดต่อเราที่สการ์เล็ท อะไลอันซ (Scarlet Alliance) ก็ยังได้!}

เมื่อพบกับเจ้าหน้าอิมฯหรือตำรวจเราอาจตื่นตระหนก!จนไม่เข้าใจว่าเขาพูดอะไร

ให้คุณคำนึงถึงเรื่องการรักษาความลับและสิ่งที่คุณไม่อยากให้ใครรู้ อาจมีคนแอบได้ยินรายละเอียดที่คุณให้กับเจ้าหน้าที่ฯ แล้วอย่าลืมนึกถึงชีวิตส่วนตัวของคุณหากให้ที่อยู่ไป เจ้าหน้าที่ฯอาจส่งจดหมายมาและสร้างปัญหาให้กับคุณได้หากคนที่คุณอยู่ด้วยเปิดอ่านโดยที่คุณไม่รู้ หากคุณตอบคำถาม เจ้าหน้าที่อิมฯหรือตำรวจมักจะจดบันทึกสิ่งที่คุณพูดไว้เพื่อการไต่สวนขั้นต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติและอาจนำมาเป็นหลักฐานภายหลังได้

เอกสารนี้เป็นเพียงคู่มือไม่ใช่ข้อมูลด้านกฎหมายหรือด้านสิทธิของคุณฉบับสมบูรณ์ อาจมีข้อกฎหมายอื่นที่ตรงประเด็นของคุณมากกว่า ดังนั้นหากคุณมีปัญหากับตารวจ กระทรวงตรวจคนเข้าเมือง(อิมฯ) หรือกรมสรรพากร เราแนะนำให้คุณปรึกษาทนายทันที

[2] การติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ข้อมูลทั่วไป

(หมายเหตุ เมื่อต้องติดต่อกับตำรวจในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียให้อ่านหัวข้อเกี่ยวกับรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เพราะสิทธิเหล่านี้ใช้ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียไม่ได้).

คุณมีสิทธิโดยชอบธรรมเมื่อติดต่อกับตำรวจ ประชาชนทุกคน – ไม่ว่าจะเป็นชาวออสเตรเลียหรือไม่ก็ตาม –จะได้รับการปฏิบัติโดยเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมาย และได้รับการคุ้มครอง เพื่อรับรองไม่ให้เกิดการปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรมหรือโดยพลการจากรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ(http://www.dfat.gov.au/facts/legal_system.html). ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้อยู่อาศัยถาวร(พีอาร์)หรือไม่ก็ตาม ผู้มาเยือนออสเตรเลียมีสิทธิเท่าเทียมกับคนอื่นๆ แต่ในบางกรณีอาจมีเงื่อนไขบางอย่างขึ้นอยู่กับวีซ่าของเขา ออสเตรเลียแบ่งออกเป็นรัฐและเขตการปกครองตนเองรวมแปดแห่ง กฎหมายอาญาบางมาตรา รวมทั้งกฎหมายการค้ามนุษย์และทาสทางเพศได้รับการควบคุมดูแลโดยรัฐบาลออสเตรเลียและบังคับใช้ทั่วประเทศในรัฐและเขตการปกครองตนเองทุกแห่ง ส่วนกฎหมายเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการทำงานบริการ ควบคุมดูแลโดยรัฐบาลแห่งรัฐและเขตการปกครองตนเอง นี่คือเหตุผลว่าทำไมกฎหมายในแต่ละรัฐและเขตการปกครองตนเองจึงแตกต่างกัน ในบางแห่งงานบริการไม่ผิดกฎหมาย บางแห่งถูกกฎหมายหากมีใบอนุญาต บางแห่งผิดกฎหมาย ในบางรัฐการจัดเขตที่อนุญาตให้มีสถานบริการได้ขึ้นอยู่กับเทศบาล การบังคับใช้กฎหมายจะขึ้นอยู่กับว่า คุณอยู่ที่ใดในออสเตรเลีย และคุณทางานบริการประเภทใด อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะทำงานบริการประเภทไหนหรืออยู่ที่ใด หน่วยงานของรัฐยังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบขององค์กรเมื่อมาตรวจที่ทำงานของคุณ เอกสารนี้สรุปสาระสำคัญถึงสิทธิและหน้าที่ของคุณเมื่อมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น

โครงการไมเกรชั่น โปรเจ็ค ของ สการ์เล็ท อะไลอันซ ยังมีข้อมูลสรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับกฎหมายและวีซ่าสาหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมาทำงานบริการที่ออสเตรเลีย หรือที่อื่นๆภายในออสเตรเลีย คุณสามารถหาอ่านได้ในรูปแบบภาษาจีน เกาหลี และไทย จากเว็บไซต์ของเราได้ที่

www.scarletalliance.org.au/thai
www.scarletalliance.org.au/chinese
www.scarletalliance.org.au/korean

คนทำงานบริการมีสิทธิโดยชอบธรรม เมื่อตำรวจหรือเจ้าหน้าที่อิมฯเข้ามาสอบถาม:

  • อย่าตื่นตกใจหากเจ้าหน้าที่พูดกับคุณ.
  • คุณควรจะให้ชื่อและที่อยู่ และพูดคุยอย่างสุภาพ หากคุณหยาบคายหรือใช้คำไม่สุภาพ ตำรวจใช้คำไม่สุภาพ ตำรวจอาจจะตั้งข้อหาคุณได้
  • หากคุณอายุต่ากว่า 18 ปี ควรให้วันเดือนปีเกิดแก่ตำรวจเพราะจะเป็นการดีแก่ตัวคุณ.
  • การให้ชื่อและที่อยู่เท็จแก่ตำรวจถือว่ามีความผิด.

ทุกอย่างที่คุณพูดจะถูกบันทึกไว้

คุณไม่ควรพูด เขียน หรือเซ็นคำให้การใดๆก่อนเจอทนาย คุณไม่จำเป็นต้องตอบคำถามของตำรวจอย่างละเอียด

  • ไม่ว่าตำรวจจะสอบถามคุณที่สถานีตำรวจ หรือหยุดคุณเพื่อไต่สวน
  • ไม่ว่าตำรวจจับหรือไม่ได้จับคุณ
  • ไม่ว่าเจ้าหน้าที่อิมฯจะอยู่ด้วยหรือไม่

หลังจากที่คุณให้ชื่อและที่อยู่ คุณสามารถพูดว่า “ไอ ดู น๊อต ว้อน ทูเซ เอ็นนิธิง แอท ดิส สเตจ” (ฉันยังไม่อยากให้การอะไรตอนนี้) หรือ “โน คอมเม้นท์” (ไม่ขอออกความเห็น)

คุณยังมีสิทธิถามตำรวจถึง:

  • ชื่อ เลขที่บัตรประจำตัว (ไอดี) สถานีตำรวจที่สังกัด และยศ
  • ทำไมตำรวจถึงต้องการข้อมูลนี้

หากตำรวจจับคุณ เขาต้องแจ้งให้คุณทราบดังนี้

  • ว่าคุณถูกจับ
  • ทำไมคุณถึงถูกจับ
  • ชื่อ และ เลขที่บัตรประจำตัวของตำรวจ
  • สถานีตำรวจที่เขาสังกัด

เมื่อตำรวจสอบสวน คุณมีสิทธิขอพบทนายและล่ามหากคุณจำเป็นต้องใช้

หากคุณพยายามต่อสู้ดิ้นรนหรือวิ่งหนีหลังจากถูกจับกุม คุณอาจโดนข้อกล่าวหาขัดขืนการจับกุม หรือหลบหนีการคุมขัง

หากตำรวจขอให้คุณไปสถานีตำรวจเพื่อตอบคำถาม คุณไม่จำเป็นต้องไปยกเว้นว่าคุณยินดีหรือถูกจับกุม คุณถามตำรวจได้ว่า “อาร์ ยู อะเรสติง มี” (คุณจับฉันหรือ) ตำรวจควรบอกคุณว่าคุณมีสิทธิที่จะไม่ตอบคำถาม โปรดจำไว้ว่าคุณมีสิทธิไม่ตอบคำถามใดๆ และมีสิทธิติดต่อทนาย และหากคุณอายุต่ากว่า 18 ปี คุณต้องมีผู้ดูแล (เช่น พ่อแม่ ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่เยาวชน ทนาย) อยู่ด้วย เมื่อตำรวจสอบสวนคุณ

หากคุณอายุต่ากว่า 18 ปี คุณควรติดต่อ

  • ศูนย์กฎหมายสาหรับเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (National Children's and Youth Law Centre) http://www.ncylc.org.au/welcome2.htm หรือ
  • ศูนย์ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายฟรีแก่เยาวชนผู้ไม่มีที่พักอาศัยและด้อยโอกาส (Shopfront Youth Legal Centre) http://www.theshopfront.org/7.html

Sex workers protesting in Las Vegas at Desiree Conference 2006, photo Melissa Gira

เนื่องจากเอกสารนี้ไม่ครอบคลุมถึงปัญหาเฉพาะของเยาวชนอายุต่ากว่า18 ปี ให้ไปที่เว็บลิงก์ด้านล่างนี้เพื่ออ่านดูคำแนะนำเกี่ยวกับการจัดการกับสถานการณ์และความจำเป็นโดยเฉพาะของคุณ

การตรวจค้น – ตำรวจไม่มีอำนาจโดยอัตโนมัติที่จะตรวจค้นคุณ ยกเว้นว่าเขามีเหตุให้เชื่อได้ว่าคุณมีอาวุธ ยาเสพติด หรือของที่ขโมยมา โดยปกติแล้วตำรวจตรวจค้นคุณได้ก็ต่อเมื่อคุณยินยอมหรือว่ามีหมายค้น

ในกรณีที่ตำรวจต้องการตรวจค้นคนทางานบริการที่แปลงเพศ*หรือเป็นคนข้ามเพศ คุณขอพบตำรวจที่ทำหน้าที่ประสานงานกับเกย์และเลสเบี้ยน (Gay and Lesbian Liaison Officer หรือ GLLO) เพราะพวกเขาได้รับการอบรมให้ทำงานกับเกย์ เลสเบี้ยน ผู้แปลงเพศ* และชุมชนคนข้ามเพศ คุณมีสิทธิขอให้ตำรวจชายหรือหญิงตรวจค้นก็ได้

รูปถ่าย การพิมพ์ลายนิ้วมือ และดีเอ็นเอ – หากคุณอายุมากกว่า 14 ปี และถูกตั้งข้อหาในคดีอาญา (กล่าวคือ อาชญากรรมร้ายแรง เช่น ค้ายาเสพติด หรือขโมย – ไม่รวมค่าปรับจอดรถในที่ห้ามจอด) ตำรวจสามารถพิมพ์ลายนิ้วมือหรือถ่ายรูปหน้าคุณระหว่างที่ถูกคุมขังได้ก็ต่อเมื่อจำเป็นต้องพิสูจน์ว่าคุณเป็นใคร หากคุณอายุต่ากว่า 14 ปี ตำรวจต้องยื่นขอคำสั่งศาลก่อน

หากคุณไม่ได้ถูกคุมขังแต่ตำรวจต้องการพิมพ์ลายนิ้วมือหรือถ่ายรูปคุณ ตำรวจต้องยื่นขอคำสั่งศาลก่อนไม่ว่าคุณจะอายุเท่าใด.

ตำรวจต้องยื่นขอคำสั่งศาลหากต้องการขอตัวอย่างดีเอ็นเอ (จากเส้นผมหรือน้ำลาย) ตำรวจสามารถยื่นขอคำสั่งศาลเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ ถ่ายรูป หรือ ตรวจดีเอ็นเอ ได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุเชื่อได้ว่าคุณกระทำความผิดทางอาญา หรือได้ตั้งข้อกล่าวหาคุณแล้วเท่านั้น หากศาลสั่งให้คุณไปให้ตัวอย่างคุณต้องไปที่สถานีตำรวจตามวันนัด หากคุณไม่ไป ตำรวจสามารถใช้ “กำลังตามสมควร” เพื่อเก็บตัวอย่างจากคุณ

ใน ประมวลกฎหมายอาญา ปี ค.ศ. 1914 ของสหพันธรัฐ มาตรา 3C:

การตรวจค้นตัวอย่างรวดเร็ว หมายความว่า:

  • (a) การตรวจค้นตัวโดยใช้มือสัมผัสตามเสื้อผ้าภายนอกร่างกายอย่างรวดเร็ว และ
  • (b) การตรวจเสื้อผ้าหรือสิ่งของใดๆที่ผู้นั้นยินยอมถอดหรือปลดออกได้ง่าย

การตรวจค้นตัวทั่วไป หมายความถึงการตรวจตัวบุคคลหรือสิ่งของในครอบครองซึ่งอาจรวมถึง:

  • (a) การให้บุคคลนั้นถอดเสื้อคลุมกันหนาว เสื้อชั้นนอกหรือแจ็กเกตและถุงมือ รองเท้าและหมวก และ
  • (b) การตรวจสิ่งของเหล่านี้

การตรวจค้นตัวแบบให้ถอดเสื้อผ้า หมายความถึง การตรวจตัวบุคคลหรือสิ่งของในครอบครองซึ่งอาจรวมถึง

  • (a) การให้บุคคลนั้นถอดเสื้อผ้าออกทุกชิ้น และ
  • (b) การตรวจตามร่างกาย (แต่ไม่รวมถึงช่องรูของร่างกาย) และเสื้อผ้า

Reference (อ้างอิง):

http://www.austlii.edu.au/au/legis/cth/consol_act/ca191482/s3c.html

http://www.comlaw.gov.au/Details/C2011C00233/Download

หมายเหตุ พระราชบัญญัติการค้าประเวณี ปีค.ศ. 2000 มาตรา 29 ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย อนุญาตให้ตรวจช่องรูของร่างกายได้โดยแพทย์หรือพยาบาล (ดูรายละเอียดจากตารางข้างล่าง)

พระราชบัญญัติศุลกากร ปีค.ศ. 1901(Cth) มาตรา 219Q อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือตำรวจควบคุมตัวและตรวจค้นบุคคลที่เจ้าหน้าที่สงสัยโดยมีเหตุผลสมควรว่าผู้นั้นนำสิ่งของต้องห้ามเข้าประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต

“สิ่งของต้องห้าม” หมายถึง:

  • สิ่งของที่พระราชบัญญัติศุลกากรหรือกฎหมายมาตราใดของสหพันธรัฐห้ามนำเข้าหรือส่งออก หรือ
  • สิ่งของที่ได้รับการควบคุมหรือมีเงื่อนไขบังคับด้านการนำเข้าหรือส่งออกตามพระราชบัญญัติศุลกากรหรือกฎหมายมาตราใดของสหพันธรัฐ หรือ
  • สิ่งของที่ได้รับการควบคุมด้านภาษีศุลกากร

พระราชบัญญัติอนุญาตให้ตรวจค้นตัวอย่างรวดเร็วได้แต่ต้องตรวจโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่เป็นเพศเดียวกันกับบุคคลที่ถูกควบคุมตัว (มาตรา 219M) www.comlaw.gov.au/Details/C2011C00225/Download

ตารางแสดงอำนาจการกำกับดูแลคนทำงานบริการทั่วทั้งออสเตรเลีย(ไปที่เว็บไซต์ www.scarletalliance.org.au/laws เพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายในรัฐหรือเขตการปกครองตนเองที่คุณพักอาศัยอยู่ หรือติดต่อองค์กรคนทำงานบริการในท้องที่ของคุณ)

[3] เขตอำนาจศาล

พระราชบัญญัติสำคัญ

ขอบเขตของอำนาจ

รัฐนิวเซาท์เวลส์ (New South Wales)

Summary Offences Act 1988(พระราชบัญญัติว่าด้วยคดีความผิดซึ่งพิจารณาโดยรวบรัดได้ ปีค.ศ. 1988)

  • ตำรวจต้องมีหมายค้นก่อนที่จะเข้าตรวจสถานบริการ
  • เทศบาลเป็นผู้มีหน้าที่หลักในการควบคุมดูแลงานบริการ
  • ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ไม่มีอำนาจตรวจช่องรูของร่างกายหากผู้ที่ถูกคุมขังไม่ยินยอม

รัฐควีนสแลนด์ (Queensland)

Prostitution Act 1999(พระราชบัญญัติการค้าประเวณี ปีค .ศ.1999)

  • ตำรวจจูงใจให้คนทำผิดได้โดยตนเองไม่มีความผิด
  • ตำรวจสามารถล่อให้คนขายบริการติดกับแล้วตั้งข้อหาในฐานะที่ทำงานบริการไม่ถูกกฎหมายได้ด้วย
  • ตำรวจที่มียศสูงกว่าสารวัตรไม่ต้องมีหมายก่อนเข้าค้นสถานบริการที่มีใบอนุญาต
  • ตำรวจสามารถค้นและยึดสิ่งของได้หากได้รับอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักงานผู้ออกใบอนุญาต
  • สำนักงานออกใบอนุญาตการค้าประเวณี

รัฐเซาท์ออสเตรเลีย (South Australia)

Summary Offences Act 1953(พระราชบัญญัติว่าด้วยคดีความผิดซึ่งพิจารณาโดยรวบรัดได้ ปีค.ศ. 1953)

  • อธิบดี นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรจากอธิบดีหรือนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ สามารถเข้าตรวจค้นสถานที่ที่ต้องสงสัยว่าเป็นสถานบริการเมื่อไรก็ได้

รัฐแทสเมเนีย (Tasmania)

Sex Industry Offences Act 2005(พระราชบัญญัติว่าด้วยคดีความผิดด้านธุรกิจทางเพศ ปีค.ศ.2005)

ตำรวจได้รับอำนาจเพิ่มขึ้น กล่าวคือ

  • จับกุมได้โดยไม่ต้องมีหมายศาล
  • เข้าตรวจค้นโดยไม่มีหมายศาล
  • ตำรวจยศสิบตำรวจเอกหรือสูงกว่ามีอำนาจขอข้อมูลด้านการเงิน อธิบดีกรมตำรวจสั่งปิดกิจการได้

รัฐวิกตอเรีย (Victoria)

Prostitution Control Act 1994(พระราชบัญญัติควบคุมการค้าประเวณี ปีค.ศ.1994)

  • ตำรวจยศสูงกว่าสารวัตรจะเข้าตรวจสถานบริการเมื่อไรก็ได้
  • ให้อำนาจเข้าตรวจสถานบริการที่ไม่มีใบอนุญาตโดยไม่มีหมายค้นได้ในบางกรณี
  • สำนักงานออกใบอนุญาตธุรกิจการค้า

รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย (Western Australia)

  • Police Act 1892(พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ ปีค.ศ.1892)
  • Criminal Code 1902(ประมวลกฎหมายอาญา ปี ค .ศ.1902)
  • Prostitution Act 2000 (พระราชบัญญัติการค้าประเวณี ปีค.ศ.2000)

  • ตำรวจจะได้รับความคุ้มครองในกรณีที่ทำผิดกฎหมายเพื่อให้ผู้ถูกจับกุมถูกตัดสินมีโทษ
  • การล่อให้ติดกับถือว่าถูกกฎหมาย
  • ตำรวจมีอำนาจเข้าตรวจค้นโดยไม่มีหมายศาล เข้าตรวจค้นสถานที่ใดก็ตามที่ “สงสัย” ว่าใช้เป็นที่ขายบริการ ซึ่งรวมทั้งบ้านส่วนตัว ตำรวจมีอำนาจเข้าตรวจค้น ยึด หรือ ควบคุมตัวโดยไม่ต้องมีหมายศาล หรือตั้งข้อหา รวมทั้งมีอำนาจตรวจค้นตัวแบบให้ถอดเสื้อผ้า หรือสั่งให้ตรวจช่องรูของร่างกายแม้ว่าคุณยังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาทางอาญา (สงสัยว่ามีเจตนา) อย่างไรก็ตามการตรวจช่องรูของร่างกายต้องทำโดยแพทย์หรือพยาบาล ซึ่งคุณจะถูกควบคุมตัวจนกว่าแพทย์หรือพยาบาลจะมาถึง หรือตำรวจพาคุณไปพบ (พระราชบัญญัติการค้าประเวณี ปีค.ศ.2000 มาตรา 29) คนทำงานบริการอาจถูกควบคุมตัว “นานเท่าที่จำเป็นโดยสมเหตุสมผล”
  • นอกจากนี้ตำรวจสามารถใช้ ”กำลังอย่างใดก็ตามที่จำเป็น” เพื่อเข้าตรวจค้น
  • คนทำงานบริการไม่มีสิทธิไม่ตอบคำถาม หากปฏิเสธไม่ตอบคำถามหรือไม่แสดงเอกสารอาจถูกจำคุกสองปี ตำรวจยังสามารถออกหมายสั่งให้ออกนอกบริเวณ (Move-on Notices) และคำสั่งห้ามกระทำการ(Restraining Orders) หมายสั่งให้ออกนอกบริเวณ (ออกให้พร้อมกับแผนที่ของเขตในตัวเมืองสามสี่เขต)ห้ามไม่ให้ผู้ต้องสงสัยว่าทำงานบริการเข้ามาบริเวณนั้นได้นานถึง 24ชั่วโมงและมีผลบังคับใช้ทันที

เขตการปกครองตนเองนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี (Northern Territory)

Prostitution Regulation Act (พระราชบัญญัติควบคุมการค้าประเวณี)

  • ตำรวจเข้าค้นสถานที่ต้องสงสัยว่าเป็นสถานบริการหรือเอเย่นต์เอสคอร์ทเมื่อใดก็ได้ โดยการขออำนาจจากตำรวจยศสูงกว่าสิบตารวจเอก
  • คณะกรรมการออกใบอนุญาตเอเย่นต์เอสคอร์ท

เขตการปกครองตนเองออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี(ACT)

  • Prostitution Control Act 1992(พระราชบัญญัติควบคุมการค้าประเวณี ปีค.ศ.1992)
  • Work Safety Act 2008(พระราชบัญญัติว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงาน ปีค.ศ.2008)
  • Human Rights Act 2004(พระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ปีค.ศ. 2004)
  • Crimes Act 1900(พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคดีอาญา ปี ค .ศ.1900)

  • ตำรวจเข้าค้นสถานที่ได้ต่อเมื่อมีเหตุที่เชื่อได้ว่ามีการทำความผิดเกี่ยวข้องกับการค้าบริการโดยผู้เยาว์
  • ผู้ตรวจสอบจากองค์กร WorkSafe ACT มีอานาจกว้างขวางรวมทั้งอำนาจเข้าตรวจสถานที่ทำงาน (เช่นสถานบริการ) เมื่อไรก็ได้ เพื่อตรวจสภาพการทำงานของลูกจ้าง และเพื่อให้แน่ใจว่าสถานที่ทำงานได้มาตรฐานด้านสุขภาพและความปลอดภัย (มาตรา74; มาตรา78)
  • ดูรายละเอียดบทสรุปเรื่องพระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ปีค.ศ. 2004 และ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคดีอาญา ปี ค .ศ.1900 ในหัวข้อเกี่ยวกับเขตการปกครองตนเองออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรีข้างล่างนี้

สหพันธรัฐ (Commonwealth)

  • Criminal Code Act 1995 (ประมวลกฎหมายอาญาปี ค .ศ.1995)
  • Crimes Act 1914 (พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคดีอาญา ปี ค .ศ.1914)

  • ประมวลกฎหมายอาญามีบทเกี่ยวกับความผิดด้าน “การมีทาสและทาสทางเพศ” (หมวด 270) และ “การค้ามนุษย์และแรงงานขัดหนี้” (หมวด 271) ตำรวจแห่งสหพันธรัฐอาจขอหมายค้นสถานที่ หากมีรายงานว่าสถานที่เหล่านั้นมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการมีทาส ทาสทางเพศ หรือการค้ามนุษย์ (หมวด 270 และ 271ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3E และ 3Fพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคดีอาญา ) หมายศาลอาจอนุญาตให้ทำการตรวจค้นตัวทั่วไปหรืออย่างรวดเร็ว กับผู้ที่อยู่ในสถานที่นั้น หรืออาคารข้างเคียง
  • บุคคลอาจต้องให้ชื่อและที่อยู่แก่ตำรวจ หากตำรวจเชื่อว่าบุคคลนั้นสามารถช่วยตำรวจในการสืบสวนคดีความผิดอาญาอุกฉกรรจ์ (คดีความผิดตามกฎหมายสหพันธรัฐ ซึ่งถูกจำคุกได้มากกว่า 12 เดือน) (มาตรา3V พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคดีอาญา)

Reference (อ้างอิง): Issues No. 8 2008 Sex workers and sexual assault in Australia Prevalence, risk and safety; Dr Antonia Quadara; Published by the Australian Institute of Family Studies. (Accessed: 20/09/2010)

ความสำคัญของการจดบันทึกขณะถูกสอบสวนหรือหลังจากถูกสอบสวนทันที

การจดบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะที่ถูกตำรวจสอบสวนหรือหลังจากถูกสอบสวนทันทีนั้นมีความสำคัญมาก คุณจะเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างยิ่ง (ที่ศาล) หากคุณจดบันทึกไว้.

[4] ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์

คุณไม่จำเป็นต้องอนุญาตให้ตำรวจเข้าตรวจค้น ยกเว้นว่าตำรวจมีหมายค้น หากตำรวจมีหมายค้น คุณไม่ควรต่อต้านหรือกีดขวาง สิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก คือคุณต้องบันทึกรายละเอียดของหมายค้น รวมทั้งวันที่ที่ได้รับอนุญาตค้น สถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้ค้น และรายละเอียดสำคัญอื่นๆ รวมทั้งหมายเลขแฟ้ม ฯลฯ คุณสามารถตรวจได้ว่าหมายค้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และหากพบว่าหมายค้นไม่ถูกต้อง คุณสามารถคัดค้านหลักฐานที่ได้มาจากหมายค้นนั้น คุณควรขอดูบัตรประจำตัวของตำรวจ และจดชื่อและหมายเลขประจำตัวไว้

Reference (อ้างอิง):

THE THIN BLUE LINE; Helen Halfpenny, Senior Library Technician; May 2009 (accessed 19/09/2010)

คุณควรทำอย่างไรหากมีการละเมิดสิทธิของคุณ

การร้องเรียน

คุณร้องเรียนเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์โดยติดต่อ

  • ทางโทรศัพท์: แผนก Customer Assistance Unit ที่หมายเลข 1800 622 571
  • ด้วยตนเอง: ที่สถานีตำรวจในท้องที่เพื่อพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

การยื่นจดหมายร้องเรียนเป็นทางการ คุณต้องทำโดยการกรอกแบบฟอร์ม NSW Police Force Complaint Form. (ที่สถานีตำรวจในท้องที่ หรือดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่ลิงก์ http://www.police.nsw.gov.au/__data/assets/pdf_file/0007/104974/p964nswpf complaint _form.pdf) และ

คุณสามารถร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้ที่

The NSW Ombudsman (เจ้าหน้าที่เฉพาะกิจรัฐนิวเซาท์เวลส์มีหน้าที่รับฟังการวิจารณ์และข้อคิดเห็นของประชาชน)

  • ด้วยตนเอง: 580 George Street, Sydney 2000
  • ทางโทรศัพท์: (02) 9286 1000
  • หมายเลขโทรฟรี: 1800 451 524

หรือ

The Police Integrity Commission (คณะกรรมาธิการตรวจสอบจริยธรรมเจ้าหน้าที่ตำรวจ).

  • ทางไปรษณีย์: GPO Box 3880, Sydney NSW 2001
  • ทางแฟกซ์: (02) 9321 6799
  • ทางโทรศัพท์: (02) 9321 670
  • หมายเลขโทรฟรี (หากโทรภายในประเทศออสเตรเลีย): 1800 657 079
  • ทางออนไลน์: http://www.pic.nsw.gov.au/ReportMisconduct.aspx

คำร้องเรียนที่องค์กรเหล่านี้ได้รับโดยส่วนมากแล้วจะได้รับการส่งต่อไปยังกรมตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์เพื่อแก้ไขปัญหา

Reference (อ้างอิง):

NEW SOUTH WALES POLICE FORCE; New South Wales Government; 1 April 2010 http://www.police.nsw.gov.au/services/additional_services/ complain_about_a_police_officer

[5] ตำรวจรัฐควีนสแลนด์

สำนักงานออกใบอนุญาตการค้าบริการ (The Prostitution Licensing Authority) เป็นผู้ออกใบอนุญาตสถานบริการ เจ้าหน้าที่กำกับดูแลกิจการ เรียกว่า คัมไพลอันส ออฟฟิเซอร์ส – พวกเขาไม่ใช่ตำรวจ เจ้าหน้าที่คัมไพลอันส ออฟฟิเซอร์ส มีอำนาจตรวจสถานบริการเมื่อไรก็ได้ (มาตรา 26 และ 52 ของพระราชบัญญัติการค้าประเวณี ปีค .ศ.1999 (รัฐควีนสแลนด์)) และตรวจการดำเนินกิจการของสถานบริการ (มาตรา 101(c))

ตามข้อกำหนดของ พระราชบัญญัติการค้าประเวณี ปีค .ศ.1999 (รัฐควีนสแลนด์)

  • หากตำรวจเข้าตรวจสถานบริการภายใต้มาตรา 59 ของพระราชบัญญัติ โดยได้รับอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักงานออกใบอนุญาตการค้าบริการ ตำรวจสามารถขอให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้จัดการร้านปฏิบัติตามมาตรา 60ข้อ(c) (แสดงเอกสาร) หรือ ข้อ(d) (ช่วยเหลือตำรวจ) - มาตรา 84
  • หากตำรวจมีเหตุเชื่อได้ว่าบุคคลในสถานบริการที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้เยาว์ ตำรวจอาจขอดูเอกสารแสดงอายุ - มาตรา 85
  • ตำรวจหรือสำนักงานออกใบอนุญาตการค้าบริการอาจขอให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้จัดการร้านบอกชื่อและที่อยู่ - มาตรา 86
  • ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาต หรือใบประกาศแสดงเลขที่ใบอนุญาต ที่อยู่ของสถานบริการ และวันที่ใบอนุญาตหมดอายุ ให้เห็นได้อย่างชัดเจนที่ทางเข้าร้าน - มาตรา 87

ตำรวจที่มียศสูงกว่าสารวัตรเข้าตรวจหรือให้อำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ตำรวจคนอื่นเข้าตรวจสถานบริการที่มีใบอนุญาตได้ - มาตรา 59

รายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าตรวจสถานบริการที่มีใบอนุญาตของตำรวจต้องถูกส่งไปยังสำนักงานออกใบอนุญาตการค้าบริการ - มาตรา 61 ภายใต้ พระราชบัญญัติอำนาจและหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจปีค.ศ. 2000 (Police Powers and Responsibilities Act 2000) คุณมีสิทธิขอดูบัตรประจำตัวหากตำรวจไม่ได้แต่งเครื่องแบบ หากตำรวจแต่งเครื่องแบบเขาเพียงแต่บอกชื่อ ยศ และสถานีตารวจที่สังกัด

Reference (อ้างอิง):

Sex Industry Laws- Queensland; 20 May 2009 http://www.scarletalliance.org.au/laws/qld/ (Accessed: 27/8/2010)

Prostitution Act 1999,1 July 2010 http://www.legislation.qld.gov.au/LEGISLTN/CURRENT/P/ProstitutA99.pdf (Accessed: 27/8/2010)

พระราชบัญญัติการค้าประเวณีปีค .ศ.1999 หมวด 3- อำนาจการเข้าตรวจค้น – ลิงก์:

Reference )อ้างอิง(: QUEENSLAND CONSOLIDATED ACTS; Australasian Legal Information Institute; 19 August 2010 http://www.austlii.edu.au/au/legis/qld/consol_act/pa1999205/ (Accessed: 3/09/2010)

การร้องเรียน

คุณร้องเรียนเกี่ยวกับกรมตำรวจรัฐควีนสแลนด์ (Queensland Police Service) โดย

  • ทางจดหมาย: Queensland Police Service Headquarters, 200 Roma Street, Brisbane Qld 4000
  • ทางอีเมล: QPS ที่ escstatecoordinator@police.qld.gov.au.

หากเป็นเรื่องร้ายแรงคุณร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการสอบสวนความผิดทางอาญาและการประพฤติมิชอบ (Crime and Misconduct Commission) ซึ่งมีอานาจกว้างขวางสามารถสอบสวนกรณีที่ร้ายแรงมากที่สุด โดยติดต่อทางโทรศัพท์ แฟกซ์ อีเมล จดหมาย ด้วยตัวคุณเอง (ต้องนัดหมาย) หรือ กรอกแบบฟอร์มร้องเรียนซึ่งหาได้จากเว็บไซต์

  • ทางโทรศัพท์: (07) 3360 6060,
  • ทางไปรษณีย์: GPO Box 3123, Brisbane, Qld 4001
  • ด้วยตนเอง: 140 Creek Street, Brisbane (คุณต้องนัดหมายก่อน)
  • เว็บไซต์: http://www.cmc.qld.gov.au/asp/index.asp.

Reference (อ้างอิง):

MAKING A COMPLAINT AGAINST A POLICE OFFICER, Queensland Police http://www.police.qld.gov.au/Resources/Internet/services/documents/Making%20a%20 complaint%20against%20a%20police%20officer.pdf (Accessed: 9/09/2010)

[6] ตำรวจรัฐเซาท์ออสเตรเลีย

พระราชบัญญัติว่าด้วยคดีความผิดซึ่งพิจารณาโดยรวบรัดได้ ปีค.ศ. 1953

อำนาจของตำรวจในการเข้าตรวจสถานที่ต้องสงสัยว่าเป็นสถานบริการ

อธิบดีกรมตำรวจ หรือนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับอานาจเป็นลายลักษณ์อักษรจากอธิบดี หรือนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ สามารถเข้าตรวจค้นสถานที่เมื่อไรก็ได้ หากมีเหตุผลสมควรสงสัยว่าเป็นสถานบริการ มาตรา 32

http://www.legislation.sa.gov.au/LZ/C/A/SUMMARY%20OFFENCES%20ACT%201953.aspx

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ (การร้องเรียนและการพิจารณาความผิดทางวินัย) ปีค.ศ.1985 – มาตรา 17 {POLICE (COMPLAINTS AND DISCIPLINARY PROCEEDINGS) ACT 1985 – SECT 17}

มาตรา 17 – สิทธิของบุคคลที่ถูกคุมขังในการร้องเรียนต่อทางราชการ

  • (1) เมื่อบุคคลที่ถูกคุมขังต้องการร้องเรียนต่อทางราชการถึงการปฏิบัติของตำรวจ บุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมตัวบุคคลนั้นต้องกระทำดังนี้คือ
  • (a) เมื่อบุคคลที่ถูกคุมขังขอร้องเรียน ให้นำสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้บุคคลนั้นเขียนคำร้องเรียน และใส่ซองปิดผนึก และ
  • (b) เมื่อได้รับซองปิดผนึกจากบุคคลนั้นเพื่อส่งไปยังหน่วยราชการ —
  • (i) ต้องแน่ใจว่าได้จ่าหน้าซองปิดผนึกนั้นอย่างชัดเจนและทำเครื่องหมายว่าเป็นความลับ และ
  • (ii) นำซองปิดผนึกส่งไปยังหน่วยราชการโดยไม่ให้ล่าช้า
  • (2) การขอร้องเรียนตามข้อ (1) นั้น —
  • (a) ต้องขอต่อเจ้าหน้าที่คนอื่นที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ที่ถูกร้องเรียน และ
  • (b) ต้องกระทำโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ (แต่ต้องไม่เป็นการยับยั้งการดำเนินการหรือขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย)
  • (3) หากบุคคลนั้นได้ร้องเรียนตามข้อย่อย (1) โดยตรงต่อเจ้าหน้าที่ที่การปฏิบัติหน้าที่เป็นสาเหตุของการร้องเรียน เจ้าหน้าที่ผู้นั้นต้องแนะนำให้ร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่คนอื่นที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการคุมขังโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • (4) เมื่อรับซองปิดผนึกเพื่อนำส่งไปยังหน่วยราชการตามข้อย่อย (1) ผู้ที่ไม่มีอำนาจหน้าที่หรือไม่ได้รับมอบอำนาจ เปิดซองหรือตรวจดูรายละเอียดในซองไม่ได้ ปรับสูงสุด: 2,500 เหรียญ
  • (5) หากผู้กระทำผิดตามข้อย่อย (4) แต่พิสูจน์ได้ว่าการกระทำนั้นเป็นไปโดยไม่เจตนา ให้ถือว่าเป็นข้อแก้ตัวในคดีได้.http://www.legislation.sa.gov.au/LZ/C/A/POLICE%20(COMPLA INTS%20AND%20DISCIPLINARY%20PROCEEDINGS)%20ACT%201985.aspx

อ้างอิง :

SOUTH AUSTRALIAN CONSOLIDATED ACTS; Australasian Legal Information Institute; 6 September 2010 http://www.austlii.edu.au/au/legis/sa/consol_act/soa1953189/ (Accessed: 19/09/2010) And http://www.austlii.edu.au/au/legis/sa/consol_act/padpa1985434/ (Accessed: 3/09/2010)

การร้องเรียน

บุคคลใดก็ตามสามารถร้องเรียนไปยังสำนักงานรับคำร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ (Police Complaints Authority ) หรือร้องเรียนกับตำรวจ (ยกเว้นกับตำรวจที่ถูกร้องเรียน) คุณร้องเรียนแทนคนอื่นได้ด้วย หากเป็นไปได้คำร้องเรียนควรเป็นลายลักษณ์อักษร

  • ด้วยตนเอง: Police Complaints Authority, 5th Floor, East Wing, 50 Grenfell Street, Adelaide
  • ทางไปรษณีย์: Police Complaints Authority, Box 464 GPO, ADELAIDE SA 5001
  • ทางโทรศัพท์: (08) 8226 8677
  • ทางแฟกซ์: (08) 8226 8674
  • ทางอีเมล: pca@agd.sa.gov.au

หากคุณต้องการให้ช่วยเขียนคำร้องเรียนหรือคุณต้องการปรึกษาเรื่องการร้องเรียน คุณติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานรับคำร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ

Reference (อ้างอิง):

POLICE COMPLAINTS AUTHORITY OF SOUTH AUSTRALIA; The Police Complaints Authority; 23 October 2002 http://www.pca.sa.gov.au/ (Accessed: 3/09/2010)

[7] ตำรวจรัฐแทสเมเนีย

พระราชบัญญัติว่าด้วยคดีความผิดด้านธุรกิจทางเพศ ปีค.ศ.2005

ภาค 3 – อำนาจของตำรวจ

ตำรวจรัฐแทสเมเนียมีอำนาจจับกุมคุณโดยไม่ต้องมีหมายหากเขาเชื่อว่าคุณทำความผิดเกี่ยวกับการบริการ ชักชวนหาลูกค้า หรือ ขัดขืน หรือ ขัดขวางตำรวจ (มาตรา13) ซึ่งหมายความว่าตำรวจจับกุมคุณได้โดยไม่ต้องมีหลักฐานใดๆ ตำรวจอาจขอชื่อ ที่อยู่ และวันเดือนปีเกิด หากคุณไม่ให้ข้อมูลนี้ถือว่าทำผิดกฎหมาย (มาตรา13(3))

ตำรวจยศสิบตำรวจเอกหรือสูงกว่าเข้าตรวจค้นโดยไม่มีหมายศาลได้หากเชื่อว่าสถานที่นั้นๆอาจจะมีการขายบริการ (มาตรา15) ตำรวจเข้าตรวจค้นโดยไม่มีหมายศาลได้หากเขาเชื่อว่าจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำความผิดทางอาญา (มาตรา 15(3)-(5)) ตำรวจตรวจค้น ถ่ายรูป และเก็บหลักฐานไปได้โดยไม่ต้องมีหมาย (มาตรา15(2)) ตำรวจอาจใช้กาลังเข้าตรวจค้นได้ (มาตรา 15(3))

มาตรา 18 อำนาจของตำรวจยศสิบตำรวจเอกหรือสูงกว่าในการขอข้อมูลด้านการเงิน

ตำรวจยศสิบตำรวจเอกหรือสูงกว่ามีอำนาจขอให้คุณแสดงที่มาของรายได้ หรือแสดงบันทึกรายรับรายจ่าย(มาตรา 18) หากคุณไม่แสดงข้อมูลนี้ หรือแสดงข้อมูลเท็จ ถือว่ามีความผิด (มาตรา 18(2)) ค่าปรับ: ไม่เกิน 10 หน่วยค่าปรับ

ภายใต้กฎหมายมาตรานี้ถือว่าตำรวจไม่ต้องรับผิดชอบหากได้ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตใจ (มาตรา19 )

http://www.austlii.edu.au/au/legis/tas/consol_act/sioa2005253/

การร้องเรียน

ด้วยตนเอง: ที่สถานีตำรวจในท้องที่ของคุณ

  • ทางโทรศัพท์: Police Assistance Line ที่หมายเลข 131 444
  • ทางอีเมล: Tasmania.police@police.tas.gov.au

หรือร้องเรียนไปที่ Office of the Ombudsman (เจ้าหน้าที่เฉพาะกิจมีหน้าที่รับฟังการวิจารณ์และข้อคิดเห็นของประชาชน)

ด้วยตนเอง:

  • Ground Floor, 99 Bathurst Street, Hobart TAS 7000, or หรือ 111 Cameron Street, Launceston TAS 7250
  • ทางไปรษณีย์: GPO Box 960, Hobart TAS 7001
  • ทางโทรศัพท์: 1800 001 170
  • ทางแฟกซ์: (03) 6233 8966
  • ทางอีเมล: ombudsman@ombudsman.tas.gov.au

Reference (อ้างอิง):

Tasmania Police; 6 September 2010 http://www.police.tas.gov.au/about-us/service-charter// (Accessed: 9/09/2010)

The ombudsman Tasmania; 9 July 2010 http://www.ombudsman.tas.gov.au/making_a_complaint int/how_to_make_a_complaint (Accessed: 9/09/2010)

[8] ตำรวจรัฐวิกตอเรีย

หน่วยงานดูแลด้านอาชญากรรมทางเพศ (Major Sex Crimes Desk) กรมตำรวจรัฐวิกตอเรียมีหน้าที่หลักคือการกำกับดูแลให้ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติควบคุมการค้าประเวณีปีค.ศ.1994 (Prostitution Control Act 1994)

  • ตำรวจเข้าตรวจสถานบริการหรือเอเย่นต์เอสคอร์ทที่มีใบอนุญาตหรือที่ได้รับการยกเว้นในรัฐวิกตอเรียโดยไม่ต้องมีหมาย หากตำรวจที่เข้าตรวจคนใดคนหนึ่งมียศสารวัตรหรือสูงกว่า (มาตรา 62 พระราชบัญญัติควบคุมการค้าประเวณี)
  • เมื่อตำรวจเข้าตรวจ ผู้มีใบอนุญาตหรือผู้จัดการร้านต้องให้ชื่อและที่อยู่หากตำรวจต้องการ (มาตรา 58 พระราชบัญญัติควบคุมการค้าประเวณี) หากตำรวจเชื่อว่าผู้ใดในสถานบริการอายุต่ากว่า 18 ปี ตำรวจสามารถขอดูหลักฐานแสดงอายุของผู้นั้นได้ (มาตรา 59 พระราชบัญญัติควบคุมการค้าประเวณี)

ตำรวจรัฐวิกตอเรียไม่มีอำนาจโดยอัตโนมัติที่จะตรวจค้นใครก็ตามที่ไม่ได้ถูกจับกุม อย่างไรก็ตามตำรวจตรวจค้นได้หาก “มีเหตุที่เชื่อได้” ว่าบุคคลนั้นซ่อนยาเสพติด อาวุธ หรือของที่ขโมยมา ไม่ว่าคุณจะถูกจับกุมหรือไม่ ตำรวจค้นคุณได้หากเขาต้องการหลักฐาน หรือเชื่อว่าคุณมีอาวุธในครอบครอง ตำรวจมีสิทธิตรวจค้นคุณได้หากมีหมายศาล (มาตรา 10 พระราชบัญญัติควบคุมอาวุธปีค.ศ. 1990 (Control of Weapons Act 1990))

ตำรวจต้องแจ้งให้คุณทราบเหตุผลที่คุณโดนตรวจค้น และการตรวจค้นต้องมีการลงบันทึกตามระเบียบขั้นตอนของตำรวจ (มาตรา 10A พระราชบัญญัติควบคุมอาวุธ ปีค.ศ. 1990)

คุณควรไปพบทนาย ศูนย์ให้คำแนะนาด้านกฎหมายของชุมชน หรือองค์กรให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายรัฐวิกตอเรีย (Victoria Legal Aid)เพื่อขอคำแนะนำ โดยเฉพาะกรณีที่คุณโดนข้อหาการกระทำผิดกฎหมาย

หากคุณได้รับบาดเจ็บคุณควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุดและถ่ายรูปไว้

Reference (อ้างอิง):

LIP: Legal Issues for Professionals; 15-16

http://www.ischs.org.au/portals/0/documents/lip.pdf (Accessed 19/09/2010)

พระราชบัญญัติควบคุมการค้าประเวณีปีค.ศ.1994

ตำรวจยศสารวัตรหรือสูงกว่าเข้าตรวจสถานบริการที่มีใบอนุญาต หรือผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นคนทำงานบริการส่วนตัวเมื่อไรก็ได้ (มาตรา 62.1) หากคุณไม่ให้เข้าตรวจ ตำรวจสามารถใช้กาลังได้ (มาตรา 62.2) การขัดขวางไม่ให้ตำรวจเข้าตรวจถือว่าเป็นความผิดทางอาญา (ถูกจำคุกได้ไม่เกินหนึ่งปี) (มาตรา 62. 3) หลังจากที่เข้าตรวจค้นตำรวจต้องรายงานไปยังผู้อำนวยการเกี่ยวกับกิจการผู้บริโภค (Director of Consumer Affairs) และ สำนักงานออกใบอนุญาตธุรกิจการค้า (Business Licensing Authority) (มาตรา 62.4) หากคุณไม่ได้ใช้บ้านเป็นสถานบริการ ตำรวจจะเข้าตรวจค้นไม่ได้หากคุณไม่ยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร (มาตรา 62.5)

ตำรวจขอหมายค้นได้หากเชื่อว่าสถานที่นั้นเป็นสถานบริการ(มาตรา 63)

ตำรวจยศสารวัตรหรือสูงกว่าเข้าตรวจค้นสถานที่ได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น หากเชื่อว่าถ้าต้องใช้เวลารอขอหมายค้นจะทำให้เสียโอกาสที่จะพบหลักฐานการกระทำความผิดอาญา (มาตรา 64 ) ตำรวจต้องบันทึกเหตุผลที่จำเป็นต้องเข้าตรวจค้นสถานที่ และรายชื่อของตำรวจทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ก่อน ที่จะเข้าตรวจค้น (มาตรา 64(2)-(3) ) ตำรวจใช้กำลังเข้าตรวจค้นได้ (มาตรา 64(4) )

ตำรวจต้องไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใดที่ได้รับเมื่อปฏิบัติหน้าที่ยกเว้นว่าเป็นกรณีอาญา (มาตรา 61Z)

เว็บไซต์ www.legislation.vic.gov.au และคลิกที่ ―Victorian Law Today.

Reference (อ้างอิง):

VICTORIAN CONSOLIDATED LEGISLATION; Australasian Legal Information Institute; 10 September 2010

http://www.austlii.edu.au/au/legis/vic/consol_act/pca1994295/ (Accessed: 10/09/2010)

การร้องเรียน

คุณควรร้องเรียนโดยเร็วที่สุดหากพบว่าตำรวจรัฐวิกตอเรียปฏิบัติหน้าที่ผิดวินัยหรือทุจริต

  • ด้วยตนเอง: Police Conduct Unit, Level 2 Flinders Tower, 637 Flinders Street, Melbourne VIC 3005
  • ทางไปรษณีย์: PO Box 415, Melbourne VIC 3005
  • ทางโทรศัพท์: 1300 363 101
  • ทางแฟกซ์:(03) 9247 3498
  • ทางอีเมล: ethical.standards@police.vic.gov.au

คุณร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตหรือการประพฤติมิชอบอย่างร้ายแรง ได้ที่ สำนักงานตรวจสอบจริยธรรมเจ้าหน้าที่ตำรวจ (The Office of Police Integrity) (สำนักงานตรวจสอบจริยธรรมเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกรมตำรวจ)

  • ด้วยตนเอง: The Office of Police Integrity, Level 3, South Tower, 459 Collins Street, Melbourne Victoria 3000
  • ทางโทรศัพท์: (03) 8635 6188, Toll Free: 1800 818 387, Fax (03) 8635 6185
  • ทางอีเมล: opi@opi.vic.gov.au
  • ทางไปรษณีย์: GPO Box 4676, Melbourne Victoria 3000.
  • ทางออนไลน์: http://www.opi.vic.gov.au/index.php?i=42&m=23&t=1

กรมตำรวจรัฐวิกตอเรียมีตำรวจที่ทำหน้าที่ประสานงานกับเกย์และเลสเบี้ยน Gay and Lesbian Liaison Officer หรือ GLLO) ซึ่งเป็นผู้ให้คำแนะนำ ความช่วยเหลือ และบริการส่งต่อ หน่วยงาน GLLO มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความไว้วางใจระหว่างตำรวจและชุมชนเกย์ เลสเบี้ยน ผู้แปลงเพศ และคนข้ามเพศ หากคุณกังวลเกี่ยวกับการติดต่อกับตำรวจท้องที่ หรือไม่พอใจกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ คุณติดต่อหน่วยงานนี้ได้

หน่วยงาน Gay and Lesbian Advisory Unit

  • เจ้าหน้าที่ประสานงาน: Scott Davis
  • ทางโทรศัพท์: (03) 9247 6944
  • หมายเลขโทรศัพท์มือถือ: 0409 534 154
  • ทางอีเมล: melbourne.gllo@police.vic.gov.au
  • ทางออนไลน์: http://www.police.vic.gov.au/content.asp?document_id=30300

คุณค้นหารายชื่อตำรวจที่ทำหน้าที่ประสานงานกับเกย์และเลสเบี้ยนของกรมตำรวจรัฐวิกตอเรียในท้องที่ของคุณได้ที่ http://www.police.vic.gov.au/content.asp?a=internetBridgingPage&Media_ID=32780

Reference (อ้างอิง):

COMPLAINTS ABOUT POLICE; Victoria Legal Aid; 2 January 2009http://www.legalaid.vic.gov.au/1891.htm (Accessed: 9/09/2010)

DEALING WITH POLICE; Jennifer Lord and Lynn Buchanan, updated in 2007 by Lee Matthews and Glyn Cryer using 2006 content. http://www.over-the-rainbow.org/dealing-with-police.php (Accessed: 16/09/2010)

..[9] ตำรวจรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

พระราชบัญญัติการค้าประเวณี ปีค.ศ.2000

มาตรา 23 อำนาจในการหาข้อมูล

ในปัจจุบันตำรวจรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียมีอำนาจต่างๆที่สามารถนำมาใช้สืบสวนและบังคับใช้ในคดีความผิดที่เกี่ยวข้องกับการค้าบริการ

ภายใต้ พระราชบัญญัติการสืบสวนอาชญากรรม ปีค.ศ.2006 ได้รวมอำนาจต่างๆของตำรวจไว้ด้วยกัน

รวมทั้งอำนาจในการขอหมายค้นเพื่อเข้าตรวจสถานที่ (มาตรา 41-45)

อำนาจรักษาความสงบและความเป็นระเบียบในที่สาธารณะ (มาตรา 34) หรือ

อำนาจเข้าตรวจสถานที่หากตำรวจมีความสงสัยอย่างสมเหตุสมผลว่ามีเหตุการณ์ความรุนแรงหรือฝ่าฝืนก่อกวนความสงบเกิดขึ้นหรือกำลังเกิดขึ้น (มาตรา 34) ภายใต้พระราชบัญญัตินี้ตำรวจมีสิทธิค้นตัวทั่วไป ค้นตัวแบบรวดเร็ว

และแบบให้ถอดเสื้อผ้าออกโดยไม่ต้องมีหมาย (มาตรา 63-65)

ในด้านที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม

ตำรวจอาจยื่นขออำนาจพิเศษจากคณะกรรมาธิการสอบสวนความผิดทางอาญาและการทุจริต (Corruption and Crime Commission) ภายใต้ภาค 4 ของ

พระราชบัญญัติคณะกรรมาธิการสอบสวนความผิดทางอาญาและการทุจริต ปีค.ศ.2003 (Corruption and Crime Commission Act 2003) ให้อำนาจเพิ่มเติมเพื่อตรวจ ยึด ค้นตัว

และวางแผนปฏิบัติการที่รัดกุม ในกรณีที่มีการกระทำความผิดร้ายแรง ความผิดเหล่านี้รวมถึง

ความผิดที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและทรัพย์สิน ( ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 563A)

ดังนั้นหากตำรวจรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียกังวลว่าสถานบริการเป็นที่ฟอกเงินขององค์กรอาชญากรรม

ตำรวจสามารถขออำนาจพิเศษภายใต้ พระราชบัญญัติคณะกรรมาธิการสอบสวนความผิดทางอาญาและการทุจริตได้

พระราชบัญญัติการริบทรัพย์สินในเรื่องทางอาญา ปีค.ศ.2000 (Criminal Property Confiscation Act 2000)

ให้อำนาจเพิ่มเติมในการสืบสวนและริบทรัพย์สินที่มาจากความร่ำรวยผิดปกติหรือจากการประกอบอาชญากรรม

ภายใต้ พระราชบัญญัติการค้าประเวณี ปีค.ศ.2000

ตำรวจรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียยังมีอำนาจพิเศษอื่นๆอีกที่บังคับให้บุคคลแสดงเอกสารหรือสิ่งของ ให้ข้อมูลหรือตอบคำถามตำรวจ (มาตรา 23) คนทำงานบริการไม่มีสิทธิไม่ตอบคำถาม หากปฏิเสธไม่ตอบคำถามหรือไม่แสดงเอกสารอาจถูกจำคุกสองปี

ตำรวจมีอานาจเข้าตรวจค้น ยึด หรือ ควบคุมตัวโดยไม่ต้องมีหมายศาล หรือตั้งข้อหา รวมทั้งมีอานาจตรวจค้นตัวแบบให้ถอดเสื้อผ้า หรือสั่งให้ตรวจช่องรูของร่างกายถึงแม้ว่าคุณยังไม่ได้ถูกตั้งข้อหาทางอาญา (หากสงสัยว่ามีเจตนา)อย่างไรก็ตามการตรวจช่องรูของร่างกายต้องทาโดยแพทย์หรือพยาบาล ซึ่งคุณจะถูกควบคุมตัวจนกว่าแพทย์หรือพยาบาลจะมาถึง หรือตำรวจพาคุณไปพบ (พระราชบัญญัติการค้าประเวณี ปีค.ศ.2000 มาตรา 29) คนทำงานบริการอาจถูกควบคุมตัว “นานเท่าที่จาเป็นอย่างสมเหตุสมผล”

นอกจากนี้ตำรวจสามารถใช้ ”กำลังอย่างใดก็ตามที่จำเป็น” เพื่อเข้าตรวจค้น

ตำรวจยังสามารถออกหมายสั่งให้ “ออกนอกบริเวณ”( ―move on) หากตำรวจสงสัยว่าบุคคลนั้นจะกระทำความผิดหรือเจตนาจะกระทำความผิด (มาตรา 24 )

ตำรวจมีอำนาจเข้าตรวจค้นสถานที่เมื่อไรก็ได้โดยไม่มีหมายศาลหากเชื่อว่าใช้เป็นที่ขายบริการ หรือมีสมุดบันทึกเกี่ยวกับการค้าบริการในสถานที่นั้น (มาตรา 26) ตำรวจสามารถใช้กำลังเข้าค้นได้ (มาตรา 26(4))

ตำรวจสามารถขอหมายได้นาน 30วันเพื่อเข้าตรวจหาหลักฐานในสถานบริการ (มาตรา 27)

ตำรวจสายสืบ

ตำรวจสามารถแกล้งทำเป็นลูกค้าหรือคนทำงานบริการเพื่อหาหลักฐานเกี่ยวกับบุคคลอื่นซึ่งเป็นลูกค้าของคนทำงานบริการ (มาตรา 35)

อธิบดีกรมตำรวจจะออกใบรับรองให้ตำรวจทำหน้าที่เป็นสายสืบ (มาตรา 35) ตำรวจที่ทำหน้าที่เป็นสายสืบจะสามารถทำหน้าที่ถึงแม้ว่าจะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย (เช่น จูงใจให้ซื้อบริการ) (มาตรา 56)

การรักษาความลับ

หากตำรวจได้รับข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลใดในขณะปฏิบัติหน้าที่ ตำรวจต้องไม่เปิดเผยข้อมูลนี้ ยกเว้นแป็นการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินคดีความผิดตามพระราชบัญญัติการค้าประเวณี ซึ่งได้รับอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรจากรัฐมนตรี หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือในกรณีอื่นๆที่ได้รับอนุมัติ(มาตรา 58)

Reference อ้างอิง:

WESTERN AUSTRALIAN CONSOLIDATED ACTS; Australasian Legal Information Institute; 13 September 2010 http://www.austlii.edu.au/au/legis/wa/consol_act/pa2000205/ (Accessed: 3/09/2010)

http://www.slp.wa.gov.au/legislation/statutes.nsf/main_actsif.html

การร้องเรียน

คุณร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจได้

  • ด้วยตนเอง: หรือทางโทรศัพท์กับตำรวจผู้มีหน้าที่รับผิดชอบที่สถานีตำรวจท้องที่หรือสานักงานตำรวจของเขต
  • ทางไปรษณีย์: Police Complaints Administration Centre, Level 10, Septimus Roe Square, 256 Adelaide Terrace, Perth WA 6000
  • ทางโทรศัพท์: Police Complaint Administration Centre (08) 9223 1000
  • ทางแฟกซ์: (08) 9223 1010
  • ทางอีเมล: complaints.administration.centre@police.wa.gov.au
  • ทางโทรศัพท์: Internal Affairs Unit Tel: (08) 9223 1038 or (08) 9223 1051

สำเนาเรื่องร้องเรียนต่ออธิบดีกรมตำรวจจะถูกส่งไปยังคณะกรรมาธิการสอบสวนความผิดทางอาญาและการทุจริต ดังนั้นคุณอาจได้รับจดหมายจากคณะกรรมาธิการฯ A copy of the complaint to the Commissioner of Police is sent to the Crime and Corruption Commission (CCC) and so you may receive letters from the CCC.

  • ด้วยตนเอง: Corruption and Crime Commission of Western Australia,186 St George's Terrace, Perth WA
  • ทางไปรษณีย์: PO Box 7667, Cloisters Square, Perth WA 6850
  • ทางโทรศัพท์: (08) 9215 4888, ask for the Complaint Assessment Unit
  • หมายเลขโทรฟรี: 1800 809 000
  • ทางแฟกซ์: (08) 9215 4884
  • ทางอีเมล: info@ccc.wa.gov.au
  • ทางออนไลน์: http://www.ccc.wa.gov.au/Reporting/Makecomplaint int/Pages/default.aspx

Reference (อ้างอิง):

COMPLAINTS ABOUT THE POLICE; Legal Aid Western Australia; November 2009 http://www.legalaid.wa.gov.au/InfoAboutLaw/aspx/default.aspx?Page=Police/complaint.xml (Accessed: 9/09/2010)

[10] ตำรวจเขตการปกครองตนเองนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี

Psotitution Regulation Act พระราชบัญญัติควบคุมการค้าประเวณี

พระราชบัญญัติควบคุมการค้าประเวณี

ตำรวจที่ได้รับอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรจากอธิบดีกรมตำรวจ หรือตำรวจที่มียศระดับสิบตำรวจเอกหรือสูงกว่าสามารถเข้าตรวจสถานบริการ หรือที่สงสัยว่าเป็นสถานบริการ (มาตรา 52 )

ตำรวจเข้าตรวจเอเย่นต์เอสคอร์ทที่มีใบอนุญาตเมื่อไรก็ได้ เพื่อตรวจใบอนุญาตและการปฏิบัติตามกฎของใบอนุญาต (มาตรา 52(3))

หากเอเย่นต์เอสคอร์ทไม่อนุญาตให้ตำรวจเข้าตรวจ ตำรวจอาจใช้กำลังบุกเข้าในอาคารได้(มาตรา 52(4))

หากขัดขวาง กีดกัน หรือขวางทาง ไม่ให้ตารวจเข้าตรวจเอเย่นต์เอสคอร์ท ถือเป็นความผิด (มีโทษจาคุกสองปี) (มาตรา 52(5))

หลังที่ตำรวจเข้าตรวจสถานที่
อธิบดีกรมตำรวจต้องส่งรายงานรายละเอียดการปฏิบัติงานของตำรวจไปยังประธานคณะกรรมาธิการออกใบอนุญาตเขตการปกครองตนเองนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี(มาตรา 52(6))

มาตรา 50 การรักษาความลับ

บุคคลที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่มีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัตินี้
ต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่ได้รับเกี่ยวกับบุคคลใดในขณะปฏิบัติหน้าที่ ยกเว้น

  • (a) ได้รับความยินยอมจากบุคคลที่ข้อมูลเกี่ยวข้องด้วย หรือ
  • (b) ในเรื่องที่เกี่ยวข้องการบังคับใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ (พระราชบัญญัติควบคุมการค้าประเวณี)

Reference อ้างอิง:

Northern Territory Consolidated Acts; Australasian Legal Information Institute; 12 August 2010. http://www.austlii.edu.au/au/legis/nt/consol_act/pra317/index.html#p3 (Accessed: 3/09/2010)

การร้องเรียน

การร้องเรียนเกี่ยวกับลูกจ้างของกรมตำรวจเขตการปกครองตนเองนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรและส่งไปที่

  • ทางไปรษณีย์: Ethical and Professional Standards Command, PO Box 39764, Winnellie NT 0820
  • ทางโทรศัพท์: (08) 8922 3411
  • ทางอีเมล: ProfRespDivision@pfes.nt.gov.au
  • ด้วยตนเอง: ผู้จัดการสำนักงานจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ (Ethical and Professional Standards Manager) ระดับภูมิภาค หรือท้องถิ่นขึ้นอยู่กับสถานที่ทางานของลูกจ้างผู้นั้น

หากคุณต้องการสอบถามเรื่องการร้องเรียน หรือต้องการรายละเอียดติดต่อผู้จัดการสานักงานจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ

ให้ติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ 131 444

คุณร้องเรียนไปที่ Ombudsman (เจ้าหน้าที่เฉพาะกิจมีหน้าที่รับฟังการวิจารณ์และข้อคิดเห็นของประชาชน) ได้เช่นกัน

  • ทางออนไลน์: http://www.ombudsman.nt.gov.au
  • ด้วยตนเอง: Darwin Office 12th Floor, NT House, 22 Mitchell Street, Darwin NT 0800
  • ทางไปรษณีย์: PO Box 1344 Darwin NT 0801
  • ทางโทรศัพท์: (08) 8999 1818, 무료 전화:1800 806 380
  • ทางแฟกซ์: (08) 8999 1828
  • ทางอีเมล: nt.ombudsman@nt.gov.au

Reference (อ้างอิง):

COMPLAIN ABOUT A POLICE OFFICER; Northern Territory Police; 3 September 2010 http://www.nt.gov.au/pfes/index.cfm?fuseaction=page&p=212&m=20&sm=38 (Accessed: 9/09/2010)

The Ombudsman NT http://www.ombudsman.nt.gov.au/police/ (Accessed: 9/09/2010)

[11] ตำรวจเขตการปกครองตนเองออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี (เป็นหน่วยงานเดียวกันกับตำรวจแห่งสหพันธรัฐ)

พระราชบัญญัติการค้าประเวณี ปีค.ศ.1992

มาตรา28 การเข้าตรวจสถานที่ของตำรวจ

ตำรวจเข้าตรวจสถานบริการหรือเอเย่นต์เอสคอร์ทได้ หากตำรวจมีเหตุผลที่เชื่อได้ว่า —

  • (a) ได้มีการทำความผิดตามมาตรา 20, 21 หรือ 23* กำลังกระทำความผิด หรือมีความเป็นไปได้ว่าจะกระทำความผิดในสถานที่นั้น และ
  • (b) มีความจำเป็นต้องเข้าตรวจสถานที่เพื่อป้องกันไม่ให้กระทำผิด หรือกระทำผิดอีก เพื่อสืบสวนการกระทำผิด หรือจับกุมผู้กระทำผิด

*มาตรา 20:ให้เด็กขายบริการ ฯลฯ

มาตรา 21: รายได้จากการให้เด็กค้าบริการ

มาตรา 23: มีเด็กในสถานบริการ

Reference (อ้างอิง):

Australian Capital Territory LEGISLATION REGISTER

http://www.legislation.act.gov.au/a/1992-64/current/pdf/1992-64.pdf CONSOLIDATED ACTS; Australasian Legal Information Institute; 12 September 2010 http://www.austlii.edu.au/au/legis/act/consol_act/pa1992205/ (Accessed: 19 /09/2010)

พระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ปีค.ศ. 2004

ในขณะทำหน้าที่ตำรวจไม่สามารถปฏิบัติตนในทางที่ขัดต่อสิทธิมนุษยชน สิทธิมนุษยชน หมายถึงสิ่งต่อไปนี้ เช่น สิทธิเฉพาะส่วนตัวและศักดิ์ศรี สิทธิการคุ้มครองด้านกฎหมายโดยเท่าเทียมกันโดยไม่มีการเลือกปฎิบัติ อ่านรายการสิ่งที่เป็นสิทธิมนุษยชนได้ในภาคที่ 3 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ปีค.ศ. 2004 ที่ http://www.legislation.act.gov.au/a/2004-5/current/pdf/2004-5.pdf.

การตัดสินใจของตำรวจจำเป็นต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของคุณอย่างยุติธรรม (มาตรา40B)

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคดีอาญา ปี ค .ศ.1900

ตำรวจเขตการปกครองตนเองออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี (หรือ ACT)อาจขอหมายค้นสถานที่หากมีพยานวัตถุที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดด้าน “การเป็นทาสทางเพศ” ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคดีอาญา (ภาคที่ 5 มาตรา194 และ มาตรา195) หมายค้นอาจอนุญาตให้ค้นตัวบุคคลที่อยู่ในสถานที่นั้นและบริเวณใกล้เคียงแบบทั่วไปและแบบรวดเร็ว

ตำรวจ ACT อาจเข้าตรวจสถานที่ในกรณีฉุกเฉิน หากกำลังมีการกระทำความผิด หรือเป็นไปได้ว่าจะมีการกระทำความผิดขึ้น มีบุคคลได้รับบาดเจ็บ หรือ มีภยันตรายที่ใกล้มาถึงอาจทำให้บุคคลบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย และมีความจำเป็นต้องเข้าตรวจเพื่อป้องกันการกระทำความผิด (มาตรา190)

บุคคลอาจต้องให้ชื่อและที่อยู่แก่ตำรวจ หากตำรวจเชื่อว่าบุคคลนั้นสามารถช่วยตำรวจในการสืบสวนการกระทำผิด หรืออาจมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้ว (มาตรา 211)

การร้องเรียน

สานักมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาชีพตำรวจแห่งสหพันธรัฐ มีหน้าที่สืบสวนการร้องเรียนเกี่ยวกับตำรวจใน ACT และตำรวจแห่งสหพันธรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่นอกเขต ACT
การร้องเรียนไปยังสานักมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาชีพตำรวจแห่งสหพันธรัฐทำได้ดังนี้คือ

  • ด้วยตนเอง: ที่สำนักงานหรือสถานีตำรวจของตำรวจแห่งสหพันธรัฐ
  • ทางไปรษณีย์: Professional Standards, AFP, GPO Box 401. Canberra ACT 2601
  • ทางโทรศัพท์: Professional Standards Hotline (02) 6218 2377
  • ทางอีเมล: PRS-Complaint CoordinationTeam@afp.gov.au
  • ทางออนไลน์: ใช้แบบฟอร์มบนเว็บไซต์ www.afp.gov.au

หากคุณไม่พอใจกับผลลัพธ์ของการร้องเรียน คุณยังสามารถร้องเรียนเกี่ยวกับตำรวจของสหพันธรัฐ รวมทั้งตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ใน ACT ได้ที่ Commonwealth Ombudsman (เจ้าหน้าที่เฉพาะกิจของสหพันธรัฐมีหน้าที่รับฟังการวิจารณ์และข้อคิดเห็นของประชาชน) คุณร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจสหพันธรัฐคนใดคนหนึ่ง หรือนโยบาย หรือการดำเนินงานของกรมตำรวจแห่งสหพันธรัฐได้ที่

References (อ้างอิง):

MAKING A COMPLAINT ABOUT THE AUSTRALIAN FEDERAL POLICE; http://www.afp.gov.au/~/media/afp/pdf/m/making-a- complaint -about-the-afp.ashx (Accessed 30/05/2011)

AUSTRALIAN CAPITAL TERRITORY OMBUDSMAN http://ombudsman.act.gov.au/pages/making-a-complaint/ complaints-the-ombudsman-can-investigate/australian-federal-police.php (Accessed 30/05/2011)

COMMONWEALTH OMBUDSMAN http://www.ombudsman.gov.au/pages/our-legislation/australian-federal-police/ (Accessed 30/05/2011)

The Australian Capital Territory Ombudsman http://ombudsman.act.gov.au/pages/making-a-complaint/complaints-the-ombudsman-can-investigate/australian-federal-police.php(Accessed: 30/05/2011)

[12] ตำรวจแห่งสหพันธรัฐ (Australian Federal Police)

ตำรวจแห่งสหพันธรัฐเข้าตรวจสถานบริการของคุณได้หากต้องการสืบสวนการกระทำผิดเกี่ยวกับ การมีทาส ทาสทางเพศ หรือ การค้ามนุษย์ บางครั้งตำรวจอาจเข้าตรวจพร้อมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยราชการอื่นๆ เช่น กระทรวงตรวจคนเข้าเมืองและความเป็นพลเมือง(อิมฯ) เซ็นเตอร์ลิงก์ หรือ กรมสรรพากร

ตำรวจควรมีตราเครื่องหมาย(ซึ่งมีรูปถ่าย) และเข้าตรวจสถานที่ได้ต่อเมื่อคุณยินยอมให้เข้าหรือมีหมาย

ตำรวจแห่งสหพันธรัฐมีอำนาจแยกต่างหากเกี่ยวกับการกระทำความผิดของผู้ก่อการร้าย ภายใต้กฎหมายต่อต้านผู้ก่อการร้ายตำรวจแห่งสหพันธรัฐมีอำนาจเพิ่มขึ้นที่สามารถ หยุด ค้น เข้าตรวจ และควบคุมตัว อำนาจนี้คงแทบจะไม่ได้นำมาใช้กับสถานบริการ แต่คุณควรถามตำรวจว่าใช้อำนาจกฎหมายอะไรมาค้น สอบถาม หรือควบคุมตัวคุณ

ประมวลกฎหมายอาญา ปี ค .ศ.1995

หมวด 270—การมีทาส ทาสทางเพศ และการรับคนเข้าทางานโดยการล่อลวง

หมวด 271—การค้ามนุษย์ และแรงงานขัดหนี้

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเกี่ยวกับคดีอาญา ปี ค .ศ. 1914

ตำรวจขอหมายเพื่อค้นสถานที่หรือรถยนต์ได้ หากมีเหตุผลสมควรที่คาดว่าจะพบหลักฐานภายใน 72 ชั่วโมงในสถานที่นั้น (มาตรา 3E) ตำรวจที่ได้รับอำนาจในหมายสามารถค้นและบันทึกลายพิมพ์นิ้วมือ และเก็บตัวอย่างเพื่อกระบวนการทางกฎหมาย ตำรวจค้นและยึดหลักฐานที่ระบุบนหมายได้

ตำรวจยึดสิ่งของได้หากมีเหตุผลสมควรที่เชื่อได้ว่าสิ่งของเหล่านั้นเป็นหลักฐานการกระทำผิดตามหมายค้น หรือสิ่งของเป็นหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดร้ายแรงอื่น หรือเป็นพยานวัตถุ หรือทรัพย์สินที่ตกอยู่ภายใต้ พระราชบัญญัติทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดทางอาญาปีค.ศ.2002 (Proceeds of Crimes Act 2002) ตำรวจยึดสิ่งเหล่านี้ได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุผลสมควรที่เชื่อได้ว่าการยึดทรัพย์สินนั้นเป็นการป้องกันไม่ให้สิ่งของถูกอำพราง สูญหาย หรือถูกทำลาย หรือป้องกันไม่ให้นำไปใช้กระทำความผิดอีก (มาตรา 3F)

สำหรับการตรวจค้นตัวบุคคลในสถานที่หรือบริเวณใกล้เคียงแบบรวดเร็วหรือการตรวจแบบทั่วไป จะต้องถูกระบุในหมายและต้องมีเหตุผลสมควรที่เชื่อได้ว่าบุคคลนั้นมีหลักฐานในตัว หรือสิ่งที่ยึดได้ (มาตรา3F) สิ่งที่ยึดได้หมายถึงสิ่งใดก็ตามที่อาจเป็นอันตราย (เช่น อาวุธ) หรือสิ่งที่ช่วยบุคคลใดหนีจากการคุมขัง

ตำรวจยึดสิ่งเหล่านี้ได้หากพบในสถานที่ที่เข้าค้น หากหมายค้นเป็นหมายที่เกี่ยวกับสถานที่ ตำรวจต้องให้สำเนาแก่คนที่อาศัยอยู่ และหากหมายค้นเกี่ยวข้องกับบุคคล ตำรวจต้องให้สำเนาแก่บุคคลนั้น (มาตรา 3H)

References (อ้างอิง):

COMLAW; www.comlaw.gov.au (Accessed 30 May 2011)

LIP: Legal Issues for Professionals; Page 15

http://www.ischs.org.au/portals/0/documents/lip.pdf (Accessed 19/09/2010)

การร้องเรียน

ขั้นตอนการร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจแห่งสหพันธรัฐเหมือนกับการร้องเรียนเกี่ยวกับตำรวจใน ACT เพราะตำรวจแห่งสหพันธรัฐมีหน้าที่เป็นตำรวจใน ACT ด้วย ดูรายละเอียดในหัวข้อเกี่ยวกับการร้องเรียนใน ACT ข้างบนนี้

[13] การติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

หากคุณทางานด้านธุรกิจทางเพศในออสเตรเลีย กระทรวงตรวจคนเข้าเมืองและความเป็นพลเมือง (อิมฯ)

อาจมาตรวจที่ทำงานของคุณ หรือผ่านทางการลงโฆษณาของคุณ หากอิมฯเชื่อว่าสถานบริการจ้างคนทำงานที่ไม่มีวีซ่าอนุญาตให้ทำงานในออสเตรเลีย

คุณเช็คดูสถานะวีซ่า (รวมทั้งสิทธิในการทางาน) ทางออนไลน์ได้จากเว็บไซต์ของอิมฯที่ Visa Entitlement Verification Online (VEVO) for Visa Holders (http://www.immi.gov.au/managing-australias-borders/compliance/working-legally/evo-for-visa-holders.htm)

เจ้าหน้าที่อิมฯที่เข้าตรวจสถานบริการต้องมีบัตรแสดงตัว และหมายค้นถูกต้องตามกฎหมาย หรือเจ้าของร้านยินยอมให้เข้า และต้องบอกเจ้าของร้านหรือผู้จัดการร้านถึงเหตุผลที่เข้าตรวจ เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติดังนี้

  • ค้นสถานที่ทั้งหมด กระเป๋าถือ และสิ่งของส่วนตัว
  • ใช้กำลังตามสมควรหากจำเป็น และใส่กุญแจมือได้หากเกรงว่าคนทำงานจะหนี
  • ทำร้ายตนเองหรือทำร้ายผู้อื่น
  • ให้คนทำงานแต่งตัวหากไม่ได้ใส่เสื้อผ้า
  • ขอให้คนทำงานถอดเสื้อคลุมกันหนาวหรือเสื้อแจ็กเกตออก
  • ตรวจค้นโดยตบเบาๆตามตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัว
  • ขอดูบัตรแสดงตัว เช่น พาสปอร์ต ใบขับขี่ หรือบัตรนักเรียน หรือบัตรเมดิแคร์ ของทุกคนที่อยู่ในร้าน

หากคุณมีเอเย่นต์ยื่นขอวีซ่า(ไมเกรชัน เอเจ้นท์) คุณควรให้ชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของเขาแก่เจ้าหน้าที่อิมฯ คุณควรทราบว่าเจ้าหน้าที่อิมฯมีอำนาจเข้าตรวจคนทำงานในสถานบริการและขอดูบันทึกชั่วโมงทำงานได้ หากคุณไม่มีเอเย่นต์ยื่นขอวีซ่า คุณติดต่อขอคำแนะนำเรื่องเอเย่นต์จากเราได้

บอกเจ้าหน้าที่อิมฯว่าคุณกังวลเรื่องการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวและการรักษาความลับ และถามเรื่องการคุ้มครองข้อมูลของเจ้าหน้าที่อิมฯ ย้ำให้เจ้าหน้าที่อิมฯทราบว่าคุณไม่ต้องการให้คนอื่นๆทราบข้อมูลของคุณ

หากคุณถูกควบคุมตัวและไม่อนุญาตให้ออกจากร้าน คุณขอล่ามได้ คุณมีสิทธิไม่ตอบคำถามจนกว่าจะมีล่าม คุณมีสิทธิขอคำแนะนำด้านกฎหมายจากทนาย คำแนะนำเรื่องวีซ่าจากเอเย่นต์ยื่นขอวีซ่า หรือคำแนะนำทางกงสุลจากเจ้าหน้าที่สถานทูต คุณต้องได้รับ “สิ่งอานวยความสะดวกทุกอย่าง” เพื่อขอคำแนะนำด้านกฎหมาย (มาตรา 256 - พระราชบัญญัติว่าด้วยการย้ายถิ่นฐาน ปีค.ศ. 1958 (Migration Act 1958))

คุณอาจต้องตอบคำถามก่อนที่จะมีโอกาสขอคำแนะนาด้านกฎหมาย เพื่อลงความเห็นว่าคุณเป็นผู้ที่อยู่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ (มาตรา 257 พระราชบัญญัติว่าด้วยการย้ายถิ่นฐานปีค.ศ. 1958(สหพันธรัฐ)) หากคุณไม่ตอบคำถาม หรือให้การเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดคุณอาจมีความผิดถูกจำคุกได้ถึงหกเดือน หากคุณถูกควบคุมตัวคุณควรขอคำแนะนำด้านกฎหมายโดยเร็วที่สุด

หากคุณได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์ คุณใช้ชื่อที่ใช้ทำงานได้และไม่ต้องให้รายละเอียด เพราะคุณไม่สามารถบอกได้ว่าคนที่โทรฯมาเป็นเจ้าหน้าที่อิมฯ ให้คุณขอชื่อและเบอร์โทรศัพท์แล้วโทรกลับ จากประสบการณ์ของเราเจ้าหน้าที่อิมฯจะไม่โทรติดต่อ น่าจะเป็นพวกเล่นพิเรนมากกว่า (คนที่แกล้งเป็นเจ้าหน้าที่อิมฯ หรือตำรวจ)

Reference (อ้างอิง):

COMLAW; http://www.comlaw.gov.au/Details/C2011C00355 (accessed 22/6/2011)

LIP: Legal Issues for Professionals; Page 15 http://www.ischs.org.au/portals/0/documents/lip.pdf (Accessed 19/09/2010)

คุณส่งคำชมเชย ร้องเรียน หรือแนะนำ ไปที่กระทรวงตรวจคนเข้าเมืองและความเป็นพลเมือง (อิมฯ)ได้โดย

  • ใช้แบบฟอร์มติชมของกระทรวงฯและส่งไปที่
  • Client Feedback Coordinator, GPO Box 241, Melbourne Vic 3001
  • โทรศัพท์ไปที่หน่วยงาน Global Feedback Unit ในระหว่างเวลาทาการที่หมายเลข 133 177
  • ส่งจดหมายไปที่: The Manager, Global Feedback Unit, GPO Box 241, Melbourne Victoria 3001
  • กรอกฟอร์มติชมด้านหลังเอกสารแผ่นพับ Compliments and Complaints
  • ติดต่อสำนักงานกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองและความเป็นพลเมืองใกล้บ้านด้วยตนเอง

หากเจ้าหน้าที่อิมฯปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมหรือทุจริต คุณควรรายงานไปที่ Commonwealth Ombudsman โดยการเขียนจดหมาย โทรศัพท์ ด้วยตนเอง หรือกรอกฟอร์มของ Ombudsman ทางออนไลน์

  • ทางไปรษณีย์: GPO Box 442, Canberra ACT 2601
  • ทางโทรศัพท์: 1300 362 072 Fax: (02) 6249 7829
  • ทางSMS: 0413 COM OMB (0413 266 662)
  • ทางอีเมล: ombudsman@ombudsman.gov.au
  • ทางออนไลน์: http://www.ombudsman.gov.au/pages/contact-us/

Reference (อ้างอิง):

COMPLIMENTS AND COMPLAINTS; Department of Immigration and Citizenship

Commonwealth Ombudsman http://www.ombudsman.gov.au/pages/contact-us/ (Accessed: 9/09/2010)

[14] การติดต่อกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร

กรมสรรพากรออสเตรเลีย (Australian Taxation Office หรือ ATO)

  • อาจบังคับบุคคลหรือธุรกิจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภาษีให้มอบข้อมูลใดที่กรมสรรพากรถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องและ
  • มอบเอกสารใดที่กรมสรรพากรถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง
  • กรมสรรพากรอาจตรวจสอบบัญชีของบุคคลใดก็ได้

อย่างไรก็ตามกรมสรรพากรไม่มีสิทธิขอดูข้อมูลหรือเอกสารจากทนายซึ่งเป็นผู้แทนของลูกความ และกรมสรรพากรจะไม่ขอดูเอกสารของผู้ตรวจสอบบัญชีหรือเอกสารซึ่งเตรียมโดยนักบัญชีซึ่งเป็นผู้ให้คำแนะนำเรื่องภาษีแก่ลูกค้า http://www.ato.gov.au/corporate/content.aspx?doc=/content/51665.htm

กรมสรรพากรมีสิทธิเข้าตรวจอาคาร สถานที่ บัญชี และ เอกสาร (พระราชบัญญัติการประเมินภาษีอากร ปีค.ศ. 1936 (Income Tax Assessment Act 1936) มาตรา 263 พระราชบัญญัติภาษีฉบับอื่นๆให้อำนาจเช่นเดียวกัน) ซึ่งหมายความว่ากรมสรรพากรสามารถตรวจสอบหลักฐานที่บันทึกหรือเก็บไว้ในอาคารใดๆโดยไม่ต้องมีหมายค้น ในบางกรณีหากกรมสรรพากรมีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าเอกสารอาจถูกทำลาย หรือเปลี่ยนแปลง หรือในกรณีการสืบสวนด้านภาษีที่เกี่ยวกับความผิดทางอาญา กรมสรรพากรสามารถปฏิบัติดังนี้คือ

  • การตรวจค้นอย่างจู่โจม
  • ใช้กำลังเข้าตรวจหากจำเป็น
  • ใช้กำลังเปิดตู้ธนาคารที่ธนาคาร หรือที่อื่นหากจำเป็น

ในกรณีเช่นนี้เจ้าหน้าที่สรรพากรจะให้เวลาและให้โอกาสคุณติดต่อตัวแทนของคุณหลังจากเข้าตรวจค้น

ในกรณีที่มีการตรวจสอบบัญชี กรมสรรพากรสามารถปฏิบัติดังนี้คือ

  • ทำสำเนาเอกสารทุกชิ้นที่พบ (ไม่สามารถนำเอกสารไป)
  • ใช้สถานที่ เครื่องถ่ายเอกสาร โทรศัพท์ ไฟฟ้า และ สิ่งอานวยความสะดวกอื่นๆ ของผู้เสียภาษีได้ตามสมเหตุผล
  • เรียกร้องให้บอกที่เก็บเอกสาร

ในกรณีเช่นนี้เจ้าหน้าที่สรรพากรจะให้เวลาและโอกาสให้คุณติดต่อตัวแทนของคุณหลังจากเข้าตรวจค้น หากคุณไม่ปฏิบัติตามคำเรียกร้องของกรมสรรพากรคุณจะถูกปรับสูงมาก

Reference (อ้างอิง):

http://www.ato.gov.au/corporate/content.aspx?doc=/content/25923.htm

http://www.comlaw.gov.au/Details/C2011C00427/Download

คุณให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่สรรพากรได้โดยไม่ให้คนอื่นได้ยินโดยวิธีดังต่อไปนี้

  • ขอใช้ห้องในร้านเพื่อความเป็นส่วนตัว และขอให้มีเจ้าหน้าที่สรรพากรสองคนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุไม่สมควรหรือการทุจริต ให้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น
  • ให้กรมสรรพากรติดต่อกับนักบัญชีหรือเอเย่นต์ทำภาษีของคุณ
  • ให้หมายเลข Australian Business Number (ABN) หากคุณมี
  • ขอนามบัตรของเจ้าหน้าที่สรรพากร เพื่อโทรกลับหรืออีเมลรายละเอียดให้เมื่อคุณอยู่ในที่ที่เป็นส่วนตัว
  • เขียนรายละเอียดชื่อ วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ให้แก่เจ้าหน้าที่สรรพากร หรือส่งรายละเอียดไปให้กรมสรรพากร คุณต้องให้ที่อยู่ที่กรมสรรพากรสามารถติดต่อกลับ ที่อยู่ที่ทางกรมสรรพากรยอมรับมีดังนี้คือ

-ที่อยู่ของเอเย่นต์ทาภาษี หรือนักบัญชีของคุณ -ที่อยู่ ตู้ปณ. หรือ PO box -ที่อยู่อาศัย -ที่อยู่อื่นที่เลือก

คุณต้องเขียนตอบหากกรมสรรพากรส่งจดหมายมายังที่อยู่ที่คุณให้ไว้ มิฉะนั้นกรมสรรพากรจะดำเนินคดี เจ้าหน้าที่สรรพากรไม่ควรโทรมาถามรายละเอียดในขณะที่มีคนอื่นอยู่และสามารถได้ยินการสนทนา ซึ่งเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของคุณ รายละเอียดอาจรวมถึง ชื่อเต็ม วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ

Reference (อ้างอิง):

SWOP NSW, “The Professional” Issue 57, 2006

This website was updated in October 2011